top bar

วิธีดูแลสุขภาพผิวพรรณสำหรับผู้มีผิวแพ้ง่าย

  • 1555 view | share
  • Saturday 21st July 2018
  • Share
  •  

    ผิวแพ้ง่าย (sensitive skin) คืออะไร

    ผิวแพ้ง่าย (sensitive skin) เป็นคำที่ใช้อธิบายปัญหาทางสุขภาพผิวพรรณที่มีลักษณะไวต่อสิ่งต่างๆ มากกว่าผิวของคนปกติ ลักษณะส่วนใหญ่ที่พบคือ มีเม็ดเล็กๆ หรือผื่นคันเกิดขึ้น บางคนอาจจะมีตุ่มน้ำใส รอยแดง รอยดำ ริ้วรอย แห้งและคันจนลอก รวมไปถึงผิวหนังไหม้อีกด้วย

     

     


     

    สาเหตุของผิวแพ้ง่าย

    1.       ความผิดปกติทางระบบผิวหนังหรือปฏิกิริยาภูมิแพ้ผิวหนัง เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) โรคราซาเซีย (rosacea)

    2.       ผิวที่แห้งมากเกินไป หรือผิวได้รับการบาดเจ็บ จนไม่สามารถป้องกันประสาทส่วนปลาย  ซึ่งนำไปสู่ปฏิกิริยาของผิวหนังที่ไวต่อการสัมผัสที่ระคายเคือง

    3.       ได้รับปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลทำลายสุขภาพผิวพรรณจนมากเกินไป

     

     

    ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดผิวแพ้ง่าย

     


     

    1.       ผิวหนังสัมผัสกับสารเคมีที่มีความเข้มข้นหรือรุนแรงมากเกินไป จนทำให้เกิดอาการระคายเคือง บางครั้งอาจจะไม่ใช่ไปสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้โดยตรง แต่อาจสัมผัสโดยผ่านสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

     

    2.      น้ำหอม สี และสารกันเสียในผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นประจำ ส่วนใหญ่จะทำมาจากสารเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นมา จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย

     

    3.       การใช้สารผลัดเซลล์ผิวจำพวก BHA และ AHA ในปริมาณที่เข้มข้น หรือบ่อยเกินไป จะไปเร่งการผลัดเซลล์ผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่เปรียบดั่งปราการด่านแรกที่ปกป้องผิวบางลง ทำให้มลภาวะต่างๆ เข้ามาทำอันตรายกับเซลล์ผิวได้ง่ายขึ้น

     

    4.      การไม่ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำและเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่ถูกจริตกับผิวพรรณตนเอง เสมือนกับการไม่ให้สารอาหารที่จำเป็นสำหรับผิวพรรณ  โดยปกติผิวของเราจะสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติไปกับการชำระล้างโดยสบู่ขณะที่อาบน้ำ ในคนที่มีปัญหาสุขภาพผิว ถ้าไม่ทาครีมบำรุงหลังอาบน้ำ อาจทำให้อาการของโรคผิวหนังที่เป็นอยู่แย่ลงได้เช่นกัน

     

    5.       การเผชิญหน้ากับมลภาวะ ทุกวันนี้เราอยู่ท่ามกลางมลพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝุ่น ควัน อากาศเสีย และสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอนุมูลอิสระ ทำเกิดความเสื่อมของทุกเซลล์ในร่างกาย รวมทั้งเซลล์ผิวหนังอีกด้วย

     

    6.       การทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์เป็นประจำโดยไม่จำเป็น จะทำให้ผิวชั้นนอกบางลง ผิวชั้นในมีความไวต่อแสงและสารเคมีมากกว่าปกติ

     

     


     

     

    7.       ผิวหนังได้รับรังสียูวีเอและยูวีบีจากดวงอาทิตย์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการทำลายชั้นคอลลาเจน และกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน จึงเป็นเหตุให้ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และจุดด่างดำ

     

    8.       อากาศที่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ถ้าอากาศร้อนมากจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำจากเหงื่อจนเกิดอาการขาดน้ำ และอาจเกิดผื่นแดงตามมาได้  ส่วนในกรณีที่อากาศเย็นเกินไปจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำจนเกิดอาการขาดน้ำได้เช่นเดียวกัน เพราะมีความชื้นในอากาศต่ำนั่นเอง

     

    9.      อายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ชั้นคอลลาเจนและอีลาสสตินค่อยๆ ลดลง จนอาจทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ และไม่แข็งแรงดังเดิม เมื่อผิวได้รับการกระทบกระเทือน จึงไม่สามารถฟื้นฟูผิวได้อย่างสมบูรณ์

     

    10  ความเครียด อารมณ์แปรปรวน จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม รวมทั้งสุขภาพผิวพรรณอีกด้วย

     

    11  การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงรอบเดือนมีความเกี่ยวข้องกับสภาพผิวโดยตรง โดยเฉพาะในเพศหญิง ซึ่งทำให้บางช่วงของเดือนเกิดปัญหาสิว หรือผิวแพ้ง่าย

     


     

    12.   อาหารที่รับประทานเข้าไป การรับประทานอาหารบางชนิดจะส่งผลทำให้เกิดอาการแพ้ได้ บางรายจะมีอาการที่แสดงในทันที แต่บางรายอาจจะมีอาการแพ้เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ

     


     

     

    13.   การชำระล้างทำความสะอาดผิวที่มากจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำนานเกินไป หรือการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีฤทธิ์ทำความสะอาดรุนแรง จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ เกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย

     

    14.   เหงื่อ เพราะเหงื่อนั้นไม่ได้มีส่วนประกอบแค่น้ำ แต่เหงื่อประกอบไปด้วยเกลือและแอมโมเนีย ซึ่งแอมโมเนียจะเป็นสารที่มีลักษณะทางเคมีคล้ายกับแอลกอฮอล์ที่สามารถระเหยได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังเกิดการสูญเสียน้ำได้มากกว่าปกติ และยังทำให้ผิวแห้งกร้านได้อีกด้วย

     

     


     

    ข้อดีของผิวแพ้ง่าย

     

    -                   ร่างกายสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ดี  เนื่องจากมีชั้นเซลล์ผิวที่บาง จึงไวต่อการสัมผัส และสามารถทำปฏิกริยากับสารเคมีได้อย่างรวดเร็ว

    -                  ร่างกายของผู้ที่มีผิวบอบบางจะมีสารพิษตกค้างน้อยกว่าคนทั่วไป เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ของที่มาจากธรรมชาติ เพราะผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดและดูแลผิวตามท้องตลาดนั้น มักจะใช้สารเคมีสังเคราะห์เป็นส่วนผสม  จึงใช้ได้เฉพาะผลิตภัณฑ์สูตรบอบบางสำหรับผิวแพ้ง่ายจึงทำให้ร่างกายได้รับการสารบำรุงที่ดีที่สุดจากธรรมชาติ

    -                   เนื่องจากความบอบบางของผิวหนัง ทำให้ต้องศึกษาส่วนผสมต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ เป็นประจำ ดังนั้นคุณจะมีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของสารเคมีแต่ละชนิดได้ดีกว่าคนทั่วไป สามารถแนะนำคนใกล้ชิดให้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ และไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง หากสภาพผิวแพ้ง่ายอย่างคุณใช้แล้วไม่แพ้ คนที่มีผิวแข็งแรงก็ย่อมใช้ได้เช่นเดียวกัน  

     


     

    ข้อเสียของผิวแพ้ง่าย

    -                   ต้องพิถีพิถันในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากกว่าคนธรรมดาทั่วไป มิเช่นนั้นผิวอาจจะเกิดอาการแพ้ ซึ่งจะต้องเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเฉียบพลัน  ซึ่งค่ารักษาพยาบาลนั้นแพงกว่าราคาสินค้าสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะเสียอีก  จึงควรหมั่นใส่ใจเรื่องผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายเป็นอย่างดี

    -                  อาการผิวแพ้ง่ายบางอย่างไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  จึงจำเป็นต้องรับประทานยา หรือทาครีมบำรุงผิวเพื่อประคองอาการเอาไว้ตลอดช่วงชีวิต

    -                  ไม่สามารถใช้เสื้อผ้าได้ทุกชนิด เพราะถึงแม้จะเป็นเสื้อผ้าที่ผลิตมาจากเส้นใยธรรมชาติ ก็มีโอกาสระคายเคืองได้ง่าย เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม เป็นต้น ทางที่ดีควรใช้ผ้าเครยอน และผ้าซาตินจะปลอดภัยต่อผิวหนังมากกว่าผ้าชนิดอื่นๆ

    -                   ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะแพ้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะเซลล์ผิวหนังจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม  ซึ่งยังไม่รวมถึงฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายที่มีผลต่อความแปรปรวนทางอารมณ์และความเครียดจากการทำงาน

     

     


     

     

    การดูแลรักษาสุขภาพผิวแพ้ง่าย

    เมื่อคุณทราบว่าตัวเองมีปัญหาผิวแพ้ง่าย ก็ต้องเริ่มดูแลรักษาสุขภาพผิวพรรณให้มากขึ้น โดยเริ่มต้นจากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่แต่งสี กลิ่น และสารกันเสีย รวมถึงเลือกเนื้อครีมบำรุงที่บางเบาให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย

    หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม ซัลเฟอร์ และสารประกอบอลูมินั่มเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากจะทำให้ผิวแห้งกร้าน และเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย รวมไปถึงการไม่ไปผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA และ BHA

    เลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยเน้นผักและผลไม้สด เพื่อที่ร่างกายจะได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระมาใช้งานได้อย่างเพียงพอ แต่ถ้าไม่สามารถรับประทานได้ครบอาจจะต้องพึ่งพาการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มเติม

     

    นอกจากนี้หลังจากการทำเลเซอร์ และทรีตเมนต์ต่าง ๆ ก็ไม่ควรออกแดดในทันที ถ้าจำเป็นต้องออกแดด ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF ที่เพียงพอก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที และทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อกลับถึงบ้าน ก็ควรที่จะล้างหน้าให้สะอาด ส่วนในตอนเช้านั้น ล้างด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอแล้ว โดยใช้น้ำอุ่นและน้ำเย็นตามลำดับ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อน

     

    สุดท้ายอย่าลืมที่จะไปออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงจากปัจจัยที่อาจกระตุ้นทำให้คุณเกิดปัญหาผิวแพ้ง่ายดังที่กล่าวไปข้างต้น

     

    เพียงเท่านี้คุณก็สามารถดูแลสุขภาพผิวแพ้ง่ายได้ด้วยตนเอง ต่อไปปัญหาผิวที่คอยมาทำให้รำคาญใจก็จะค่อยๆ ลดลงตามลำดับอย่างแน่นอน  และที่สำคัญอย่าลืมเลือกใช้ครีมสูตรอ่อนโยนที่ผลิตสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ 

     


     

    ดังนั้น จึงขอแนะนำ Zermix Cream  ที่มีแนวคิดของการคืนความชุ่มชื้นให้ชั้นผิวตามธรรมชาติ ประกอบไปด้วยเซราไมด์ ไขมัน และโคเรสเตอรอลต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในชั้นผิวหนังของคนเรา ซึ่งช่วยฟื้นฟูและบำรุงเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ทำให้สามารถฟื้นฟูผิวจากปัญหาผิวแห้งเสียรุนแรง พร้อมคงความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนาน ผิวจะค่อยๆ ดีขึ้น และแข็งแรงขึ้น เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง


    แหล่งข้อมูลอ้างอิง
    http://www.dermnetnz.org/topics/sensitive-skin/
    http://www.prevention.com/beauty/skin-care/facial-skin-care-help-sensitive-skin-and-skin-allergies
    http://www.webmd.com/beauty/sensitive-skin-20-questions#1
    http://www.wikihow.com/Care-for-Sensitive-Skin

     

     

    บทความที่เกี่ยวข้อง Related Article

    การล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นไม่ควรทำตอนหน้าหนาวจริงหรือ? มาดูกันค่ะว่าทำไม

    อาหารอะไรบ้างที่ทำลายผิวหน้า? วันนี้คุณทานอาหารต่อไปนี้เยอะเกินไปหรือเปล่า?

    รู้ทันโรคสิว

    รู้ทัน...ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

    วิธีดูแลสุขภาพผิวพรรณสำหรับผู้มีผิวแพ้ง่าย